ทั่วไป
๕ ธันวาคม ๒๕๖๘

เคยไหม? สอบได้คะแนนเต็มวิชาหนึ่ง แต่ไปตกม้าตายอีกวิชาหนึ่ง จนสุดท้ายสอบตกทั้งหมด?

ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีก่อน! ในยุคเริ่มแรกของการสอบนักธรรม ผู้เข้าสอบหน้าใหม่ต้องสอบหลายวิชาพร้อมกัน ต่างจากพระเปรียญรุ่นเก่าที่ค่อยๆ เก็บสะสมวิชาได้ ทำให้ผู้สอบใหม่เสียเปรียบและสอบตกกันมาก

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงแก้เกมด้วยการออกประกาศ “แจ้งความเรื่องเฉลี่ยคะแนน” เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๖ เพื่อสร้างความยุติธรรม โดยใช้ระบบ “ถัวเฉลี่ย” มาช่วยชีวิตผู้เข้าสอบ


🧮 ถอดรหัสสูตรลับ: คะแนนเฉลี่ยช่วยชีวิต

หลักการคือ: “เก่งวิชาหนึ่ง สามารถอุ้มอีกวิชาหนึ่งได้” โดยมีกติกาการคิดคะแนนดังนี้:

  • กรรมการ 1 ท่าน = 1 คะแนน (วิชาละ 3 ท่าน = เต็ม 3 คะแนน)
  • เกณฑ์ผ่านขั้นต่ำต่อวิชา = 2 คะแนน
  • สูตรเฉลี่ย: นำเกณฑ์ผ่าน (2 คะแนน) x จำนวนวิชาที่สอบ = คะแนนรวมที่ต้องการ

ตัวอย่างสถานการณ์: สอบ 3 วิชา (ต้องการคะแนนรวม 6 คะแนน)

สถานการณ์ วิชา 1 (เต็ม 3) วิชา 2 (เต็ม 3) วิชา 3 (เต็ม 3) คะแนนรวม ผลลัพธ์ คำอธิบาย
ทั่วไป 2 2 2 6 ผ่าน ผ่านแบบคาบเส้นทุกวิชา
เทพแบกทีม 3 (เต็ม) 3 (เต็ม) 0 (ตกยับ) 6 ผ่าน วิชาที่เก่ง ช่วยฉุดวิชาที่ตกให้ผ่านได้!
ถัวเฉลี่ย 3 (เต็ม) 2 1 (ตก) 6 ผ่าน คะแนนเกินจากวิชาแรก มาโปะวิชาที่สาม
สอบตก 1 1 1 3 ตก คะแนนรวมไม่ถึงเกณฑ์ 6 คะแนน

ข้อควรระวัง: สูตรนี้ใช้ได้เฉพาะการสอบใน “รอบเดียวกัน” เท่านั้น จะเอาคะแนนเก่ามาถัวกับคะแนนใหม่ไม่ได้


📜 เอกสารจดหมายเหตุฉบับเต็ม

(คงอักขระและสำนวนเดิม เพื่อการศึกษาประวัติศาสตร์)

🔍 เกร็ดความรู้ท้ายแฟ้ม

  • เปรียญผู้สอบได้มาจากวัด: หมายถึง ระบบการเรียนแบบเก่าที่ผู้เรียนค่อยๆ เรียนและสอบกับอาจารย์ที่วัดทีละคัมภีร์ เมื่อได้แล้วก็นำใบรับรองมายื่นขอสอบในสนามหลวง ทำให้ไม่ต้องแบกภาระหนักเท่าผู้สอบใหม่ที่ต้องสอบทุกวิชาในสนามหลวงรวดเดียว
  • ความแฟร์ของระบบ: ระบบเฉลี่ยคะแนนนี้สะท้อนให้เห็นว่า การวัดผลไม่ได้ต้องการคนเก่งทุกเรื่อง แต่ต้องการคนที่ “มีความรู้รวมๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้” เพื่อให้อยู่ในเพศสมณะได้อย่างมีคุณภาพ
แชร์บทความนี้
จำนวนการเข้าชม๑๑ครั้ง