ปัญหาคลาสสิกของ “งานทะเบียน” มีมาทุกยุคทุกสมัย! ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๘ เจ้าหน้าที่กองธรรมสนามหลวงต้องปวดหัวหนักกับปัญหา “รายชื่อนักเรียนตกหล่น”

สาเหตุเกิดจากโรงเรียนต่างๆ มักจะส่งรายชื่อผู้เข้าสอบมาแบบ “กระปริบกระปรอย” (ทยอยส่ง ไม่ส่งทีเดียวให้จบ) หรือบางทีก็ส่ง “ล่าช้า” เกินกำหนด ทำให้เจ้าหน้าที่ธุรการทำงานไม่ทัน ทั้งการพิมพ์ข้อสอบและการจัดตารางสอบ จนเกิดความ “ฉุกละหุก” ไปหมด
เพื่อให้งานเอกสารเป็นระเบียบและลดภาระที่ไม่จำเป็น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ (เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์) จึงต้องออกประกาศ “ขีดเส้นตาย” (Deadline) ใหม่ที่ชัดเจนและเด็ดขาด!
📅 กฎเหล็กการส่งรายชื่อ (เริ่มใช้ พ.ศ. ๒๔๖๙):
- Deadline: ต้องส่งรายชื่อให้ถึงกรมธรรมการ ภายในวันที่ ๑๕ ตุลาคม เท่านั้น
- Condition: ต้องรวบรวมส่ง “ครั้งเดียวจบ” (ห้ามทยอยส่งกระปริบกระปรอย)
- Penalty: หากส่งช้ากว่ากำหนด… “สนามจักไม่รับ” (ตัดสิทธิ์ทันที)
(The Archive: เอกสารต้นฉบับ) 📜 สำเนาเอกสารจดหมายเหตุ เรื่อง: ประกาศกำหนดการส่งบัญชีสนามสาขาแลสนามหลวง
สำเนาเอกสารจดหมายเหตุ เรื่อง: ประกาศกำหนดการส่งบัญชีสนามสาขาแลสนามหลวง
“แต่ก่อนการเปิดสนามหลวงมีระยะกาลห่างจากวันกำหนดส่งบัญชีนักเรียน ไม่เป็นเหตุฉุกละหุก แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการแลแม่กองสนาม ที่จะพิมพ์ประโยคแลกะวันสอบวิชานั้น ๆ
ครั้นบัดนี้การเปิดสนามหลวงเลื่อนกระชั้นใกล้วันกำหนดส่งบัญชีเข้ามา เป็นเหตุไม่สะดวกแก่เจ้าหน้าที่แลแม่กองสนามในการนั้น ถ้ามีบัญชีของบางสำนักส่งเพิ่มกระปริบกระปรอยไม่สิ้นสุดในครั้งเดียว หรือส่งล่าเกินกำหนด ก็เป็นเหตุให้ยุ่งยากมากขึ้น สมควรเลื่อนเขตส่งบัญชีออกไปตามกัน เพื่อความสะดวกทั้งสองฝ่ายที่จะปฏิบัติการให้เป็นไปโดยความเรียบร้อย ฯ
เพราะฉะนั้น ตั้งแต่ศกน่าเป็นต้น ให้เจ้าสำนักส่งบัญชีนักเรียนผู้จะเข้าสอบ ณ สนามสาขาแลสนามหลวง ทั้งในจังหวัดพระนครทั้งในต่างจังหวัด ตามระเบียบ แต่ครั้งเดียวเท่านั้น ให้ถึงกรมธรรมการภายในวันที่ ๑๕ ตุลาคม ถ้าส่งล่ากว่ากำหนดนี้ สนามจักไม่รับ… ฯ”
ประกาศแต่วันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ (ลงพระนาม) กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์
(อ้างอิง: แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๑๓ พ.ศ. ๒๔๖๘. หน้า ๖๗๙.)
💡 เกร็ดภาษาจากเอกสารโบราณ
ในเอกสารประกาศฉบับนี้ ท่านจะพบคำว่า “กระปริบกระปรอย” ซึ่งเป็นรูปคำที่นิยมใช้กันในสมัยนั้น (พ.ศ. ๒๔๖๘)
ปัจจุบัน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน กำหนดให้ใช้คำว่า “กะปริดกะปรอย” แทน ซึ่งมีความหมายว่า อาการที่ไหลออกมา หรือทำทีละเล็กทีละน้อย ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ต่อเนื่องกัน