๐๕ Dec ๒๕๖๘
ทั่วไป

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๔: ปฏิวัติการศึกษาคณะสงฆ์! จาก “บาลี” สู่ “นักธรรม” (เอกสารประวัติศาสตร์ ร.ศ. ๑๓๐)

เมื่อ “บาลี” ยากเกินไปสำหรับหัวเมือง… ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง ในการประชุมเถรสมาคม ครั้งที่ ๒ (มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเสนอ “คำชี้แจง” ที่เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของการศึกษาคณะสงฆ์ไทยสมัยใหม่

๐๔ Dec ๒๕๖๘
ทั่วไป

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๓: จาก “เกณฑ์ทหาร” สู่ “หลักสูตรนักธรรม” วิสัยทัศน์ใหม่แห่ง ร.ศ. ๑๓๐

สานต่อจากตอนที่แล้ว: หลังจากที่คณะสงฆ์ต้องกำหนดเกณฑ์ “สามเณรรู้ธรรม” เพื่อยกเว้นการเกณฑ์ทหาร ในการประชุมครั้งแรก (มิถุนายน ร.ศ. ๑๓๐) มาถึงการประชุม ครั้งที่ ๒ (มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงตกผลึกทางความคิด และนำเสนอวิสัยทัศน์ที่ “เปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาคณะสงฆ์ไทย” ไปตลอดกาล นั่นคือการเปลี่ยนจาก “การเรียนบาลีที่ยากลำบาก” มาสู่ “การเรียนธรรมะภาษาไทย” ที่เข้าถึงง่ายกว่า

๐๔ Dec ๒๕๖๘
ทั่วไป

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๒ เปิดกรุเอกสาร ร.ศ. ๑๓๐: จุดเริ่มต้นการสอบ “สามเณร” เพื่อยกเว้นเกณฑ์ทหาร

เมื่อการเกณฑ์ทหารมาถึงวัด: สามเณรรูปไหนจะได้ไปต่อ? ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๖ (ร.ศ. ๑๓๐ หรือ พ.ศ. ๒๔๕๔) เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร ทางการต้องการให้ชายไทยรับใช้ชาติ แต่ก็ทรงมีพระเมตตาต่อผู้ใฝ่ศึกษาในพระพุทธศาสนา จึงมีข้อยกเว้นให้ “สามเณรรู้ธรรม” ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร

๐๔ Dec ๒๕๖๘
ทั่วไป

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๑ คุณรู้หรือไม่? การสอบนักธรรมที่เราเห็นกันทุกวันนี้ มีจุดเริ่มต้นส่วนหนึ่งมาจาก “การเกณฑ์ทหาร”

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า ๑๐๐ ปีก่อน (พ.ศ. ๒๔๕๔) รัฐบาลสยามออกกฎหมายเกณฑ์ทหาร โดยยกเว้นให้ “พระภิกษุ” แต่สำหรับ “สามเณร” นั้น ต้องเป็นผู้ “รู้ธรรม” เท่านั้นถึงจะได้รับการยกเว้น …คำถามใหญ่จึงตกมาอยู่ที่คณะสงฆ์ว่า “แค่ไหนถึงเรียกว่ารู้ธรรม?”

จำนวนการเข้าชม๔๕ครั้ง