การปกครองคณะสงฆ์ไทยจัดเป็นลำดับชั้นภายใต้ มหาเถรสมาคม โดยมีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประมุข ถัดลงมาคือเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาค ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการคณะสงฆ์ในแต่ละเขตปกครองให้เป็นไปตามพระธรรมวินัยและกฎมหาเถรสมาคม

ระดับหน · NATIONAL

เจ้าคณะใหญ่ ผู้ปกครองระดับสูง

เจ้าคณะใหญ่เป็นตำแหน่งพระสังฆาธิการระดับสูง รองจากสมเด็จพระสังฆราช ทำหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์ในส่วนที่เรียกว่า “หน” ซึ่งเป็นการแบ่งเขตการปกครองตามนิกายและภูมิภาค

คณะสงฆ์มหานิกาย แบ่งการปกครองออกเป็น ๔ หน ได้แก่

  • เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ปกครอง ๖ ภาค คือ ภาค ๑, ๒, ๓, ๑๓, ๑๔ และ ๑๕
  • เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ปกครอง ๔ ภาค คือ ภาค ๔, ๕, ๖ และ ๗
  • เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ปกครอง ๕ ภาค คือ ภาค ๘, ๙, ๑๐, ๑๑ และ ๑๒
  • เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ปกครอง ๓ ภาค คือ ภาค ๑๖, ๑๗ และ ๑๘

คณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย มีเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตเพียงตำแหน่งเดียว ปกครองคณะสงฆ์ธรรมยุตทั่วประเทศ

คณะสงฆ์นิกายอื่น ได้แก่ เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย และเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย ซึ่งปกครองคณะสงฆ์ในนิกายของตน

ระดับภาค · REGIONAL

เจ้าคณะภาค ผู้ปกครองระดับภูมิภาค

เจ้าคณะภาคเป็นตำแหน่งพระสังฆาธิการระดับปกครอง รองจากเจ้าคณะใหญ่ มีอำนาจหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์ในเขตภาคของตน ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

อำนาจหน้าที่ของเจ้าคณะภาค

กฎมหาเถรสมาคมกำหนดให้เจ้าคณะภาคมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

  • ดำเนินการปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย กฎหมาย และกฎระเบียบต่าง ๆ
  • ควบคุมและส่งเสริมงานด้านต่าง ๆ ของคณะสงฆ์ เช่น การศึกษา การเผยแผ่ศาสนา และการสาธารณสงเคราะห์
  • วินิจฉัยการลงนิคหกรรมและข้ออุทธรณ์คำสั่งจากระดับจังหวัด
  • แก้ไขปัญหาและข้อขัดข้องในการทำงานของเจ้าคณะจังหวัด
  • ควบคุมดูแลและให้คำแนะนำแก่พระสังฆาธิการและพระภิกษุสามเณรในเขตปกครอง
  • ตรวจการและจัดประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครอง

เขตการปกครองภาค (คณะสงฆ์มหานิกาย)

ประเทศไทยแบ่งเขตการปกครองคณะสงฆ์มหานิกายออกเป็น ๑๘ ภาค โดยมีรายละเอียดดังนี้

ภาคจำนวนจังหวัดรายชื่อจังหวัดในเขตปกครอง
ภาค ๑กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ
ภาค ๒พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สระบุรี
ภาค ๓ลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยนาท, อุทัยธานี
ภาค ๔นครสวรรค์, กำแพงเพชร, พิจิตร, เพชรบูรณ์
ภาค ๕สุโขทัย, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, ตาก
ภาค ๖ลำปาง, เชียงราย, พะเยา, แพร่, น่าน
ภาค ๗เชียงใหม่, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน
ภาค ๘อุดรธานี, หนองคาย, เลย, สกลนคร, หนองบัวลำภู, บึงกาฬ
ภาค ๙ขอนแก่น, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด
ภาค ๑๐อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, นครพนม, ยโสธร, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ
ภาค ๑๑นครราชสีมา, บุรีรัมย์, ชัยภูมิ, สุรินทร์
ภาค ๑๒ปราจีนบุรี, นครนายก, ฉะเชิงเทรา, สระแก้ว
ภาค ๑๓ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
ภาค ๑๔นครปฐม, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, สมุทรสาคร
ภาค ๑๕ราชบุรี, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม, ประจวบคีรีขันธ์
ภาค ๑๖นครศรีธรรมราช, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี
ภาค ๑๗ภูเก็ต, ตรัง, กระบี่, พังงา, ระนอง
ภาค ๑๘สงขลา, พัทลุง, สตูล, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส

เขตการปกครองภาค (คณะสงฆ์ธรรมยุต)

สำหรับคณะสงฆ์ธรรมยุต มีการรวมเขตภาคบางแห่งให้อยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าคณะภาครูปเดียวกัน เพื่อความเหมาะสมในการบริหารจัดการ โดยแบ่งออกเป็น ๑๑ กลุ่มภาค

  • ภาค ๑-๒-๓: กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สระบุรี, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยนาท, อุทัยธานี
  • ภาค ๔-๕: นครสวรรค์, กำแพงเพชร, พิจิตร, เพชรบูรณ์, สุโขทัย, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, ตาก
  • ภาค ๖-๗: ลำปาง, เชียงราย, พะเยา, แพร่, น่าน, เชียงใหม่, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน
  • ภาค ๘: อุดรธานี, หนองคาย, เลย, สกลนคร, หนองบัวลำภู, บึงกาฬ
  • ภาค ๙: ขอนแก่น, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด
  • ภาค ๑๐: อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, นครพนม, ยโสธร, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ
  • ภาค ๑๑: นครราชสีมา, บุรีรัมย์, ชัยภูมิ, สุรินทร์
  • ภาค ๑๒-๑๓: ปราจีนบุรี, นครนายก, ฉะเชิงเทรา, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาค ๑๔-๑๕: นครปฐม, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, สมุทรสาคร, ราชบุรี, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม, ประจวบคีรีขันธ์
  • ภาค ๑๖: นครศรีธรรมราช, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี
  • ภาค ๑๗-๑๘: ภูเก็ต, ตรัง, กระบี่, พังงา, ระนอง, สงขลา, พัทลุง, สตูล, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส
SUMMARY · บทสรุป

บทสรุป

โครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ไทยผ่านระบบเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาค ช่วยให้การบริหารกิจการคณะสงฆ์ทั่วประเทศเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ การแบ่งเขตปกครองที่แตกต่างกันระหว่างมหานิกายและธรรมยุติกนิกาย สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับบริบทและจำนวนวัดในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การปกครองเป็นไปอย่างเหมาะสมและทั่วถึง

ที่มา: บทความ “โครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ไทย” — กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง (it.gongtham.net)

จำนวนการเข้าชม๓๓๓ครั้ง